เบิร์นลี่ย์ ตัวแสบของทีมใหญ่

หากจะพูดถึงทีมเล็กที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่แล้ว คงต้องมีเบิร์นลี่ย์เป็นหนึ่งในนั้นด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งสามารถหักปากกาเซียนหลายด้ามรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ด้วยฟอร์มการเล่นในบ้านที่เทิร์ฟ มัวร์ อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะได้ถึง 10 นัด จากชัยชนะทั้งหมด 11 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับชอน ไดซ์ กุนซือหนุ่มของทีมด้วย

ฤดูกาลนี้กุนซือหนุ่มวัย 46 ปี แก้ปัญหาการเล่นเกมเยือนของพวกเขาได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล ด้วยการช็อคโลกโดยบุกเอาชนะแชมป์เก่าอย่างเชลซีในนัดเปิดสนามของพรีเมียร์ลีก 3-2 ซึ่งสุดท้ายเชลซีเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 9 คนเท่านั้น โดยนำทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ได้ถึง 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจากแซม โว๊คส์ กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติเวลส์ และประตูสุดสวยของสตีเฟ่น วอร์ด และก็มาก็ทำแสบใส่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ถึงเวมบลีย์ จากประตูตีเสมอของคริส วู๊ด กองหน้าตัวใหม่ของทีมที่ดึงมาจากลีดส์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ทำให้แบ่งแต้มจากรองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีก 1 คะแนน และล่าสุดก็บุกไปยันเสมอลิเวอร์พูลได้ถึงถิ่นแอนฟิลด์ 1-1 โดยเบิร์นลี่ย์ออกนำก่อนด้วยจากสก็อตต์ อาร์ฟิลด์ กองกลางทีมชาติแคนาดา และมาโดนโมฮาเหม็ด ซาลาห์ของเจ้าถิ่นตามตีเสมอได้สำเร็จ และหลังจากนั้นโดน “หงส์แดง” โหมบุกอย่างหนัก แต่สุดท้ายกลับรอดมาได้ และแบ่งแต้มออกมาได้สำเร็จ ทำให้เกมเยือนทั้งสามนัดของทีมเบิร์นลี่ย์เก็บมาได้แล้วถึง 5 คะแนน ซึ่งเหลืออีก 2 คะแนนเท่านั้น จะเท่ากับที่ทำคะแนนได้จากเกมเยือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้เบิร์นลี่ย์มีโอกาสรอดพ้นจากการตกชั้นมากขึ้นอีกหนึ่งฤดูกาล เพราะเกมในบ้านนั้นแข็งแกร่งอยู่แล้ว ถึงแม้ปีนี้จะเปิดสนามไม่สวยด้วยการแพ้เวสต์ บรอมวิช อัลเบี่ยน 0-1 ก็ตาม

บททดสอบเกมเยือนนัดถัดไปของเบิร์นลี่ย์คือการบุกไปเยือนกูดิสัน ปาร์ค ของเอฟเวอร์ตันที่กำลังต้องการคะแนนสุดๆ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งต้องดูว่าตอนนั้นโรนัลด์ คูมันน์ จะแก้ปัญหาการทำประตูของทีมได้หรือยัง ซึ่งถึงเวลานั้นเบิร์นลี่ย์น่าจะได้ทอม ฮีตัน ผู้รักษาประตูมือ 1 และกัปตันทีมหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้อีกด้วย และทีมใหญ่ๆ อาจจะมองข้ามเบิร์นลี่ย์ไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะนี่อาจจะเป็นตัวชี้ขาดในการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในบั้นปลายฤดูกาลก็เป็นได้ ซึ่งต้องดูว่าทีมหัวตารางที่เหลือจะมีผลงานเป็นอย่างไรในการพบกับเบิร์นลี่ย์

เสือซุ่ม อเล็กซิส ซานเชซแอบคบนางแบบสาวสวย

สังเกตุได้เลยว่าพวกนักเตะทั้งหลายมักจะมีแฟนหรือภรรยาสวยระดับดีกรี ดารานักแสดง หรือนางแบบที่เฟอร์เฟคกันทั้งนั้น ล่าสุด อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงสุดเก๋าจาก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ก็กำลังสานสัมพันธ์ปลูกต้นรักกับ มายเต้ โรดริเกซ นักแสดงสุดสวยจากประเทศชิลี ตามรายงานของสื่อผู้ดีอย่าง เดอะซัน เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นของความรักของพวกเขาทั้งคู่น่าจะมาจากการที่ อเล็กซิส ซานเชซ ติดตามฝ่ายหญิงในโลกโซเชียลมาได้สักพักหนึ่งแล้วระยะหนึ่งจนเกิดเป็นความปลาบปลื้มและต้องการจะพัฒนาคว่มสัมพันธ์ครั้งนี้  ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้รอดพ้นสายตาของสื่อมวลชนได้เลย โดยรายงานได้ระบุว่า กองหน้าทีมชิลีสุดเก๋าคนนี้ ที่เพิ่งทำผลงานยิงลุกโทษแบบปาเนนก้าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 97 เป็นประตูชัยที่ทำให้ ปืนใหญ่ ถล่มเบิร์นลี่ย์ไปถึง 2 – 1 เขาตามกดไลค์ภาพของสาวสวยสุดเซ็กซี่วัย 27 ปี ที่หล่อนโพสต์คู่กับเจ้าตูบของเธอ รวมไปถึงตามกดไลค์รัวๆรูปของฝ่ายหญิง ที่เพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มของเธอไปหมาดๆ ทั้งที่คบกันมานานแล้วถึง 5 ปี โดยเป้นภาพที่ มายเต้ สวุดเดรสสีดำส่งสายตาหวานเยิ้มมายังกล้อง

อย่างไรก็ตาม ตัวอเล็กซิสเองก็เพิ่งได้เลิกรากับแฟนสาวสุดเซ็กซี่ ดีกรีแดนเซอร์สาวไปไม่นานมานี้ เนื่องจากเธอจับได้ว่า เขาวางแผนกับเพื่อนสนิท 2 คนแอบถ่ายกล้องวิดิโอ ระหว่างเธอและเขาขณะมีเพศสัมพันธ์กัน ทำให้แฟนเก่ารับไม่ได้จนต้องเลิกรากันไปในที่สุด

เวนเกอร์ งานเข้า เอฟเอจัดข้อหาประพฤติไม่เหมาะสม

 

หลังจากเกมที่อาร์เซนอล เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เบิร์นลี่ถึง 2-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2017 โดยกุนซือสุดเก๋า อาร์แซน เวนเกอร์ ได้แสดงอาการโมโหอย่างชัดเจนหลังจากที่เขาถูกไล่ออกจากสนามไป โดยคนที่ไล่เขาคือ จอห์น มอสส์ นอกจากนี้เวนเกอร์ยังไปมีเรื่องทะเลาะกับผู้ตัดสินที่ 4 นั่นคือ แอนโธนี เทย์เลอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มจะบานปลายไปเรื่อยๆจนการ์ดข้างสนามต้องมาแยกทั้งคู่ออกจากกัน   และในขณะที่เวนเกอร์อยู่ที่บริเวณปากอุโมงค์ทางเข้าห้องแต่งตัวนั้น ก็มีคนเห็นว่านายใหญ่ชาวฝรั่งเศส ได้ปัดมือและผลักเทย์เลอร์ออกไปถึง 3 ครั้งที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม

หลังจากที่เหตุการณ์ยุติ ตัวของอาร์แซน เวนเกอร์ ก็ได้ออกมาเพื่อขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเขากล่าวว่า เขามองไม่เห็นลูกจุดโทษจากทางข้างนอก และเขาควรจะเงียบมากกว่าไปโวยวายแบบนั้น และต้องขอดทษทุกฝ่ายที่อาจทำให้ผิดหวัง  แต่อย่างไรก็ตาม ทางเอฟเอ ก็ได้ตั้งข้อหาว่า เวนเกอร์ได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จากเกมที่อาร์เซนอล พบ เบิร์นลีย์ โดยในนาทีที่ 92 ของเกม เขาได้ดูหมิ่นและใช้คพูดดูถูกต่อผู้ตัดสินที่ 4 มีการอ้างเพิ่มว่าเขาได้ถูกิญออกจากพื้นที่ทางเทคนิค และยังคงแสดงพฤติกรรมเช่นเดียวกันบริเวณทางเข้าอุโมงค์ ดังนั้นทางเอฟเอจึงมีความเห็นว่า เขาประพฤติตนไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง  และทางเอฟเอจะรอให้เขาออกมาชี้แจ้งเพื่อให้ชัดเจน ส่วนเรื่องโทษนั้นอาจต้องประชุมสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง

เซอร์อเล็กซ์ มั่นใจ เวย์น รูนี่ย์ คือดาวซัลโวตลอดไป

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำนานกุนซือคนดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาฟัดธงว่า เวย์น รูนี่ย์ คือสุดยอดดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และคงจะไม่มีใครที่จะมาล้มสถิตินี้ได้ เนื่องจากมองว่าสมัยนี้น้อยนักที่นักเตะจะเล่นให้ทีมเดิมเป็นเวลานาน

ท่านเซอร์เชื่อว่า เวย์น รูนี่ย์ คือผู้ที่จะต้องเป็นดาวซัลโว ประดับทีมปีศาจแดง โดยไม่สามารถมีใครมาโค่นสถิตินี้ได้อีก เนื่องจาก รูนี่ย์ เพิ่งทำประตูที่ 250 ในเกมที่ไปเสมอกับสโต๊ค ซิตี้ 1-1 ถึงสนาม บริทานเนีย สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2017 ซึ่งจากลูกนี้ ทำให้เขาเป็นเจ้าของสถิติทัที หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้เพียงแค่ครองสถิติร่วมกับ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลัน   หากลองย้อนดูประวัติการเข้ามาร่วมทีมของ เวย์น รูนี่ย์ แล้ว เซอร์อเล็กซ์ได้คว้าตัวของเขามาเสริมทัพปีศาจแดงตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลาร่วมถึง 16 ปี

นอกจากนี้เซอร์อเล็กซ์ยังชื่นชม โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือคนปัจจุบัน ว่าเขาเป็นที่สามารถพลิกสถานการณ์ของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ และเขาก็ค่อนข้างที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้บ้างแล้ว แม้ช่วงแรกเราอาจเห็นเขาที่ดูอารมณ์เสียก็ตาม

สุดท้ายนี้ไม่ว่าวันหนึ่งจะมีคนที่ขึ้นมาทำลายสถิติของ เวย์น รูนี่ย์ ได้หรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยสถิติที่ได้เกิดขึ้น มันก็คือประตูชัยที่พวกเขาทำเพื่อทีมและหวังจะพาทีมไปสัมผัสเวทีของแชมป์

ใครจะเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก

บทความฟุตบอลโดย sbo ประเทศไทย ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผ่านการแข่งขันไปแล้วจำนวน 7 นัด ซึ่งทำให้เห็นถึงสถานการณ์ของแต่ละทีมได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับวันนี้เราจะมาวิเคราะห์ถึงตำแหน่งดาวซัลโวว่าใครมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ในการที่จะเป็นผู้ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำในปีนี้

เริ่มด้วยคนแรก เต็งหนึ่ง แซร์จิโอ อากูเอโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้  โดยตอนนี้ซัดไปแล้ว 5 ประตู เป็นนักเตะที่มีผลงานคงเส้นคงวามากๆ และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแนงตั้งแต่เปิดฤดูกาลทำให้เขาน่าจะมีโอกาสมากที่สุด  ต่อกันด้วย เต็ง 2  ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าทีมชาติสเปนของทีมเชลซี โดยตอนนี้ทำไปแล้ว 6 ประตูด้วยกัน เป็นกองหน้าที่จบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม และผลงานส่วนตัวของเขาก็ช่วยทีมเชลซีได้อย่างมากในฤดูกาลนี้ เต็ง 3 โรเมโอ ลูคาคู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมของเอฟเวอร์ตัน โดยตอนนี้ทำไปแล้ว 5 ประตู  เป็นกองหน้าที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความเร็ว  โดยจุดเด่นของเขาคือลูกกลางอากาศที่สามารถทำประตูได้อย่างมากมาย ด้วยเหตุนี้เองทำให้กองหน้าวัย 23 ปี รายนี้ได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ๆมากมาย เต็ง 4 ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช กองหน้าชาวสวีเดนของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยทำไปแล้ว 4 ประตูในฤดูกาลนี้ เป็นกองหน้าประสบการณ์สูงที่มีลูกเล่น และทีเด็ดมากมาย และด้วยบทบาทกองหน้าตัวเป้า ทำให้เชื่อว่าเขาน่าจะทำประตูได้อย่างมากมายในฤดูกาลนี้